ต่อค่ะ
อย่างที่เราเคยได้บอกไปนะคะว่าสายโมโนนั้นจัดเป็นสายที่ความแข็งแรงน้อยที่สุด แต่ในขณะเดียวกันราคามันถูกที่สุดทำให้มีคนนิยมใช้กันเยอะ โดยเฉพาะในเมืองไทยนี่จัดได้ว่าเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ร้อยไว้ใส่เอง หรือเป็นของขวัญ (คือคนที่ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจใหญ่โตขายตามห้างหรือมีโรงงานเอง) ส่วนใหญ่ใช้เอ็นโมโนเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ผลิตก็พยายามปรับปรุงให้สายของตนมีคุณภาพดีขึ้นอยู่ตลอด ดังนั้นคำว่าแข็งแรงน้อยที่สุด เป็นผลมาจากการเทียบกับสายชนิดอื่นเฉยๆ นะคะ ไม่ได้บอกว่ของเค้าไม่ดี นอกจากนี้แล้วก็มีสายประเภทอีกประเภทหนึ่งที่สามารถใช้ร้อยลูกปัดได้ ซึ่งก็คือสายถักค่ะ
สายถักเป็นสายประกอบขึ้นด้วยการถักสายเส้นเล็กๆ หลายๆ เส้น ยิ่งประกอบจากจำนวนเส้นที่มากราคาก็ยิ่งแพง วัสุดที่ใช้ก็มีหลายอย่างเช่นเส้นด้าย หรือสายไฟเบอร์ หรือสายเคเบิ้ล โดยถ้าเป็นสายเคเบิ้ลจะเป็นลักษณะควั่นเป็นเกลียวไม่เชิงถัก และมักจะใช้ไนลอนเคลือบผิวนอกอีกชั้นเพื่อให้เกิดเป็นสีต่างๆ ถ้าเราเอามือจับและรูดไปตามสาย จะรู้สึกเลยว่าผิวจะเป็นลอน ไม่เรียบเหมือนสายโมโน สายถักที่ผลิตสำหรับงานฝีมือนั้นที่นิยมก็มียี่ห้อ บีดาลอน (Beadalon) ในเมืองไทยเราเคยเห็นอยู่ที่เดียวคือในร้านภิญญ์ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ แต่มีสีให้เลือกน้อยมาก ราคาก็ค่อนข้างแพง ของบีดาลอนจะแบ่งคุณภาพออกเป็น 3 แบบหลักๆ คือ 7 strands, 19 strands และ 49 strands สำหรับสาย 49 strands นั้นจะมีราคาแพงที่สุดและเป็นที่นิยมในหมู่คนที่ทำงานออกแบบหรือขายเครื่องประดับ (หรือใครก็ตามที่มีตังค์เหลือเฟือ 55)
ถ้าเป็นสายถักสำหรับตกปลาจะมี 2 ยี่ห้อที่ beader นิยมใช้กัน คือ ไฟร์ไลน์ (Fireline) และ พาวเวอร์โปร (Power Pro) 2 ยี่ห้อนี้ถึงแม้ผลิตมาเพื่อนักตกปลาแต่ก็เหมาะสำหรับงานร้อยลูกปัดมาก จนทำให้มีบริษัทผลิตอุปกรณ์งานฝีมือแห่งหนึ่ง สั่งทำสายของ 2 ยี่ห้อนี้ไว้ขาย Beader จำนวนมาก ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างดี
แต่ๆๆๆๆๆๆๆ เราดันไปรู้ความลับของเค้าเข้า คือ ปกติแล้วสาย 2 ยี่ห้อนี้ถ้าขายในร้านขายอุปกรณ์งานฝีมือราคาจะแพงกว่าแบบที่ขายในแผนกกีฬาหรืออุปกรณ์ตกปลามาก ทั้งที่จริงๆ แล้วมันก็เป็นสายเส้นเดียวกันเพียงแต่แพ็คลงกล่องคนละกล่องกันเท่านั้นเอง ที่ทราบเพราะเราเคยถามไปยังแผนกลูกค้าสัมพันธ์ของยี่ห้อไฟร์ไลน์ เค้าตอบว่าเป็นสายเดียวกัน ส่วนของพาวเวอร์โปรนั้นยังไม่เคยถามหรือใช้ของเค้ามาก่อน แต่จากที่ได้อ่านตามฟอรั่มงานฝีมือต่างๆ คาดว่าเป็นลักษณะเดียวกัน
ต่อไปเป็นวิธีเลือกซื้อนะคะ ถ้าคุณชอบความสะดวกสบายก็สามารถใช้ตราระฆังหรือซูฟิกซ์ ซูพรีมต่อไปได้ เพราะสองยี่ห้อนี้เป็นสายเอ็นที่หาซื้อได้ง่ายที่สุด แต่ถ้าคุณอยากประหยัด และเปิดหูเปิดตากับประสบการณ์ใหม่ๆ ก็ลองเดินเข้าไปในร้านขายอุปกรณ์ตกปลาใกล้บ้าน แล้วบอกเค้าว่า มาซื้อ "สายโหลด" เค้าจะถามว่าเอากี่ปอนด์ คุณก็บอกไปว่า "ขอหน้าตัด...ปอนด์" (ถ้าอยากได้ขนาดเล็กก็ 4, 6 ปอนด์ ถ้าขนาดใหญ่ก็ 8, 10 ปอนด์) แล้วเค้าก็จะเอายี่ห้อต่างๆ มาให้คุณเลือกค่ะ ทั้งนี้ ขนาดหน้าตัดและ Breaking Strain นั้นจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ยี่ห้อค่ะ
เวลาเลือกก็อย่าลืมอ่านรายละเอียดด้วยนะคะ ถ้ามีข้อความต่อไปนี้ก็ยิ่งดีค่ะ Low memory, High tensile strength, High knot strength, High breaking strain, Superior castability, Low visibility เป็นต้นค่ะ ทั้งนี้ อย่าลืมว่าใครๆ ก็อยากขายของจึงอาจเป็นไปได้ว่าข้อความที่โฆษณาไว้บนฉลากหรือสติ๊กเกอร์นั้นอาจจะเกินจริงไปนิด แต่ถ้าเพื่อนๆ เลือกยี่ห้อที่มีชื่อเสียง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ
สำหรับราคา ถ้ายี่ห้อดีๆ หน่อย (Sufix, Berkley, Stren, Spiderwire) ที่เราเคยซื้อก็ยี่ห้อซูฟิกซ์ ม้วนละ 100 เมตร ราคาประมาณ 100 บาท ซึ่งราคาจะแตกต่างกันแล้วแต่รุ่น เพราะแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติต่างกัน แต่ที่แน่ๆ รุ่นซูพรีม (Supreme) ที่เวปใหญ่ๆ เค้าขายกัน 150 บาทนั้น สเปคต่ำกว่ารุ่นที่เราซื้อในราคา 100 บาทซะอีก
ถ้าเป็นยี่ห้อที่ไม่ดังที่ไม่ใช่ตราระฆัง เราเคยซื้อม้วนละ 40-50 บาท เท่าที่ใช้มาก็คล้ายๆ กันค่ะ ไม่ค่อยเห็นความแตกต่างเท่าไหร่
ข้อมูลเท่านี้ก็เพียงพอให้เพื่อนๆ สามารถเลือกซื้อเอ็นร้อยลูกปัดคุณภาพดีได้ในราคาเหมาะสมแล้วค่ะ
Tuesday
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
ถ้าจะทำงาน piyote สามารถใช้เอ็นแทนได้มั๊ยค่ะ
ReplyDeleteคือ เคยเห็นแต่ใช้ด้าย nymo ที่หาซื้อยากและแพงจัง